EN
TH
TH EN

SINGHA
EXPERIENCE

24 HOURS BEFORE SHOWTIME WITH BURIN BOONVISUT

Thai Singer Burin Boonvisut on Stage

         หากนึกถึงชายผู้ครอบครองเสน่ห์เหลือร้ายพร้อมเสียงร้องเอกลักษณ์สุดเซ็กซี่และท่วงทำนองเพลงแบบฟังก์ ดิสโก้บูกี้ ในประเทศไทยเห็นจะไม่มีใครนอกจาก “บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์” หรือ บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์สที่เรารู้จักกันดีเกือบ 25 ปีที่ผ่านมา แม้ในวันนี้เขาจะผันตัวก้าวออกมาเป็นศิลปินเดี่ยวที่ยึดแนวทางการทำเพลงและสไตล์ที่เด่นชัดไม่มีใครเทียบเทียมกว่า 7 ปีแล้ว แต่ทว่าบทเพลงและสาวกผู้รักตัวตนไปจนถึงภาคดนตรีของเขายังเหนียวแน่นไม่หายไปไหน

         บ่อยครั้งที่แฟนเพลงอย่างเราตั้งคำถามในหัวว่า ศิลปินที่ดูเจนจัดในเรื่องการแสดงโชว์บนเวทีจะต้องเต็มที่กับชีวิต ทำกิจกรรมโลดโผนและสังสรรค์อยู่เป็นนิจเพื่อเรียกขวัญกำลังใจก่อนจะไปพบคนนับหมื่นนับแสนและกรำศึกให้อยู่หมัดจากบนเวที แต่กับชายที่ชื่อ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ผู้นี้ ลบภาพความคิดของเราไปเสียเกือบทั้งหมดเพราะสิ่งที่เขาเน้นหนักหนาคือ “การพักผ่อน” เพื่อเรียกสมาธิสำหรับการแสดงโชว์ที่เรียกได้ว่า “เกินคำว่าเต็มที่” ในทุกๆ ครั้ง

          สำหรับบุรินทร์แล้วเอกลักษณ์ทางดนตรี ผลงานคุณภาพ และลีลาบนเวทีนั้นไม่เคยเป็นสองรองศิลปินคนใด แต่ถ้าเราจะมาล้วงลึกกันว่าในหนึ่งวันของศิลปินระดับตำนานก่อนที่เขาจะขึ้นโชว์ทั้งคอนเสิร์ตน้อยใหญ่ในชีวิตของเขานั้นเป็นอย่างไร ก็คงจะน่าสนใจไม่น้อยเพราะคงไม่บ่อยที่นักร้องแถวหน้าของประเทศไทยจะยอมเปิดบ้านและคลายความสงสัยว่า 24 ชั่วโมงก่อนโชว์ของเขานั้นเป็นอย่างไร และมาไขข้อข้องใจให้หายสงสัยไปพร้อมกับเรากัน

Thai Singer Burin Boonvisut Interview

การพักผ่อนอยู่ที่บ้านคือการเติมพลังงานที่ดีที่สุด

         ไม่ใช่แค่ผู้อ่านบทความที่กำลังแปลกใจว่าเพราะเหตุใดสมาธิถึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับเขา แต่ผู้เขียนอย่างเราก็รู้สึกไปไม่แพ้กัน เพราะข้อความที่บุรินทร์บอกกับเรานั้นไม่ใช่อย่างที่เคยคิดไว้กับนักดนตรีผู้เกรียงไกรในสนามคอนเสิร์ตนับร้อยนับพันตลอดกว่า 25 ปีที่ผ่านมา 

          สำหรับหนึ่งวันก่อนจะขึ้นโชว์นั้น เขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่เอนกายพักผ่อนหย่อนใจอยู่ที่บ้านอันแสนอบอุ่น ซึ่งก็เหมือนเราทั่วๆไป ที่หากไม่ได้ออกไปไหนก็จะเดินเล่นในสวนหน้าบ้านสูดอากาศยามเช้า เพื่อเก็บและสำรองพลังทั้งหมดไปใช้ในการโชว์ เพราะแม้แต่ละครั้งจะกินเวลาเพียงแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงแต่ช่วงเวลานั้นคือการเผาผลาญพลังงานที่มหาศาลทำให้การชาร์จพลังที่บ้านเสมือนเป็นโอเอซิสแห่งพลังงานที่หาไม่ได้ที่ไหน

Thai Celebrity Burin Boonvisut

          บางครั้งอาจจะมีการออกกำลังกายเรียกเหงื่อสักหน่อยเป็นพิธีในช่วงบ่ายๆ แต่ก็คงไม่บ่อยเท่ากับกิจวัตรการหยิบจับและสดับรับฟังเสียงดนตรีจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดใหญ่ พร้อมลำโพงเสียงใสคุณภาพดี ซึ่งบุรินทร์เองมีคอลเลคชั่นแผ่นเสียงมากมายวางเรียงรายนับร้อยแผ่นราวกับร้านขายแผ่นเสียงขนาดย่อม เมื่อรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโซฟาคู่ใจไม่ว่าจะเปิดเพลงไหนก็รู้สึกผ่อนคลายได้ในห้องนั่งเล่นแสนสบายที่โอ่โถงและอบอุ่น และแน่นอนว่าบุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ส ไม่ได้มีหน้าที่แค่เป็นนักดนตรีแต่เขายังมีหน้าที่การงานที่ต้องสะสางก่อนไปขึ้นโชว์ในยามค่ำคืน เวลาที่เหลือจากการพักผ่อนอย่างเต็มที่ก็อาจจะมาใช้กับเอกสารบางอย่างไม่มากมาย

          “จริงๆ แล้วการพักผ่อนคือการเก็บแรงที่ดีที่สุด ผมจะไม่ทำอะไรเลยที่ทำให้เสียพลังงาน เพราะแต่ก่อนเคยทำแบบกิจวัตรประจำวันทั่วๆ ไปอย่างออกไปกินข้าว ซื้อของ พบปะเพื่อนฝูงแล้วเรารู้สึกว่าเราไม่มีแรงเหลือ พลังหมด เพราะฉะนั้นผมจะเก็บพลังทั้งหมดไประเบิดตอนโชว์ เพื่อการแสดงที่เต็มที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” 

Interview Thai Singer Burin Boonvisut

สมาธิเท่านั้นที่จะทำให้โชว์ออกมาน่าประทับใจไม่รู้ลืม

           เรื่องการทำสมาธิก่อนการขึ้นโชว์เป็นเรื่องที่บุรินทร์ให้ความสำคัญไม่แพ้การซักซ้อมเส้นเสียง เขาบอกว่าการทำจิตให้นิ่งก่อนขึ้นคอนเสิร์ตเป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว และเขามักจะไม่พูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับใครก่อนขึ้นโชว์มากนักเพราะสิ่งที่ตั้งใจจะนำเสนอกับคนดูอาจจะถูกลดความเข้มข้นลงไป แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเก็บตัวและไม่สุงสิงกับใครเลย เพราะถ้ามีสมาธิมากเกินไปก็อาจจะทำให้ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกได้เหมือนกัน 

          “จริงๆ ก็มีหลายต่อหลายครั้งที่พยายามจะไม่ทำอะไร อยากอยู่เงียบๆคนเดียว เพื่อเตรียมตัวโชว์แต่นั่นก็ทำให้เรายิ่งคิดมาก เพราะฉะนั้นการได้นั่งอยู่กับคนรู้ใจสองสามคนก็เป็นการผ่อนคลายที่ดีที่สุด เพราะเวลาได้เพื่อนรู้ใจคุยเราก็จะเบาใจเรื่องตื่นเต้น เรื่องกดดันต่างๆ นานา ไปโดยปริยาย เพราะเหมือนได้พูดได้แชร์อะไรออกไปก่อนหน้าที่สำคัญจะมาถึง”

Thai Singer Burin Boonvisut Performing

          เขาบอกเราว่าเขาไม่ใช่ผู้ที่ชื่นชอบการไปนั่งรอด้านหลังหลังเวทีคอนเสิร์ตก่อนจะถึงคิวโชว์ แต่เขาจะไปนั่งในห้องของตัวเองเพื่อรอเวลาแล้วเดินขึ้นเวทีไปเลยเพื่อลดความตื่นเต้นได้ เพราะเมื่อได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมแล้วความคิดฟุ้งซ่านก็สามารถเข้ามาแทรกให้ตื่นตระหนกได้ทุกวินาที  และสิ่งที่เขายึดถือมาตลอดคือจะทำอย่างไรให้คนดูสนุกไปกับเขา

          “ผมเป็นคนประเภทที่ว่า “รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาอย่างนั้น” “คนมาดูคอนเสิร์ตไม่ได้ตั้งใจมาฟังอย่างเดียวแต่เขาอยากได้ประสบการณ์ที่ตาเห็นได้ และทุกๆ ครั้งที่ไปเล่นคอนเสิร์ตเราต้องเป็นตัวเอง ต้องรีแลกซ์ มีความสุข และมีพลัง นี่คือ 4 อย่างที่ผมยึดมาตลอด”

          แต่สำหรับการเตรียมตัวเรื่องอุปกรณ์ต่างๆ ทีมงานจะมีเตรียมให้เขาทุกอย่าง ซึ่งโชว์แต่ละครั้งสิ่งที่บุรินทร์ขาดไมได้เลยคือไมโครโฟนคู่ใจที่เขาใช้เป็นประจำ หูฟัง in-ear แล้วก็เป็นเรื่องปกติที่ก่อนเล่นคอนเสิร์ตเขาจะทำการSound Check กันอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ได้ระบบเสียงแบบเดิมทุกครั้งให้อุ่นใจ และทำงานเข้าขากันอย่างรวดเร็วและง่ายดายขึ้น 

Thai Singer Burin Boonvisut Performance

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเล่นดนตรีบนเวทีโชว์

          สำหรับ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์แล้ว ก่อนจะขึ้นคอนเสิร์ตในทุกๆ ครั้งก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีการให้กำลังใจกันก่อนบริเวณหลังเวที แต่วิธีของเขาไม่ใช่ภาพการจับมือรวมพลังแล้วเฮ ดังๆ แบบในอุดมคติของเราเสียทีเดียวแต่เขาและนักดนตรีทุกคนจะเปล่งเสียงออกมาให้กันและกันว่า “ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเล่นดนตรี” และทำอะไรที่อยากทำอะไรให้ทำเต็มที่ เพียวแต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานศีลธรรมเท่านั้น บุรินทร์บอกว่าเขาไม่ชอบการใช้คำพูดที่ว่า “ทำให้เต็มที่” หรืออะไรทำนองนั้นเพราะมันเป็นการกดดันตัวเขาและนักดนตรีอย่างไม่รู้ตัว 

         “บนเวทีเวลาโชว์มันจะมี Movement อยู่เสมอ ผมบอกกับทางทีมงานเสมอว่า สิ่งที่คนดูมาดูเค้าไม่ได้มาเพื่อฟังเพลงอย่างเดียว แต่เค้ามาเพื่อเห็นด้วย เพราะเวลาคนเห็นดนตรีคนก็จะฟังเพลงได้อรรถรสเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไม่ได้เห็นซึ่งนี่คือเสน่ห์ของคอนเสิร์ต และ People Hear What They See คือคำที่ผมพูดกับทีมงานมาตลอด เราก็พยายามปรับปรุงแก้ไขมาตลอดชีวิตศิลปินของผมเพื่อที่จะให้คนดู เห็นดนตรีเรา มากกว่าที่เค้าจะได้ฟังอย่างเดียวเท่านั้น เพราะถ้านักดนตรีสนุก ทีมงานสนุก ทุกคนบนเวทีสนุก ความสนุกและความสุขนั้นมันก็จะส่งต่อไปยังคนดูได้อย่างเต็มที่”

Burin Boonvisut Preparing for Show

          แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการแต่งตัวก่อนขึ้นโชว์ของเขาแล้ว ทุกคนคงไม่มีใครกังขาว่าเจ้าพ่อเพลงดิสโก้ผู้นี้จะทำให้ผิดหวังเพราะขนาดตัวเขาเองยังกล้ายืนยันว่าตัวเองหรือวง กรู๊ฟไรเดอร์ส นั้นน่าจะเป็นกลุ่มศิลปินแรกๆ ที่ห่วงเรื่องการแต่งตัวไม่แพ้การซักซ้อมดนตรี เพราะอย่างที่เขาพูดไปว่า People Hear What They See และตัวเขาเองเป็นนักดนตรีแนว โซล ฟังก์ ดิสโก้ หากแต่งตัวแบบนักดนตรีร็อคก็คงจะดูขัดแย้งกันพอสมควร 

          “ผมก็ยังยึดแนวทางนี้มาตลอดสำหรับโชว์ในปัจจุบัน และการทัวร์ในอนาคต อย่างเช่นในอัลบั้มล่าสุดที่กำลังจะออกมาผมก็วางธีมชุดขาวแบบยุค 80’s คือจะมีพวกสูทแจ็คเก็ตแบบโอเวอร์ไซส์ กางเกงหลวมๆ ดูแบ็กกี้หน่อยๆ เพื่อทัวร์คอนเสิร์ตทั้งในและต่าวประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งแม้เราจะจริงจังกับเรื่องการแต่งตัวมากแค่ไหน แต่มันต้องอยู่บนพื้นฐานของความสบายและเป็นตัวเอง การโชว์มันถึงจะออกมาดีที่สุด” 

Thai Singer Burin Boonvisut Concert

โชว์ที่น่าประทับใจเกิดขึ้นได้ด้วยพลังใจที่ดี

          สำหรับตัวเขาแล้ว คงไม่มีคำว่าคอนเสิร์ตที่ดีที่สุด เพราะแต่ละครั้งบุรินทร์มุ่งหมายปั้นมือให้ออกมาเยี่ยมยอดทุกๆครั้งทั้งที่ประเทศไทยและในต่างแดน แต่บุรินทร์บอกว่าการเล่นคอนเสิร์ตในต่างประเทศนั้นเป็นอะไรที่มีเสน่ห์มากกว่าเพราะว่าเขาได้ไปใช้ชีวิตช่วงหนึ่ง ณ ที่ที่ไม่คุ้นเคย คนที่เขาไม่คุ้นเคย และหลายๆ เมืองที่เขาได้ไปแสดงมาก็ทำให้เกิดความประหลาดใจแทบจะทุกครั้งจากเสียงต้อนรับที่ท่วมท้น ความมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างโชว์ที่ทุ่มสุดตัวของเขาเช่นที่ Los Angeles อย่างคอนเสิร์ต Singha Presents Groove Riders USA Tour ในปี 2011 ที่เขาไม่เคยลืมเพราะได้บรรเลงลวดลายศิลปินไทย ณ Avalon ซึ่งเป็นสถานที่โชว์เดียวกับวง The Rolling Stones ตอนที่เข้ามา USA Tour ครั้งแรก

          แต่หากพูดถึงความประทับใจในเมืองไทยแล้ว บุรินทร์เลือกการโชว์ในรูปแบบเทศกาลดนตรีที่จัดที่หัวหินมาเป็นตัวอย่างให้เราได้เห็นภาพ เพราะเขาบอกว่าภาพที่ได้มองลงไปจากบนเวทีนั้นเปรียบกับทะเลของผู้คน ที่มองลงไปเท่าไหร่ก็ยังไม่หมด แม้กวาดไปจนสุดสายตา และเสียงที่ตอบรับกลับมา การชูไม้ชูมือมือที่มหาศาล จากคนดูมากกว่า 200,000 คน ก็เป็นภาพจำที่เขาไม่เคยลืมเลือน เพราะถือว่าเป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเส้นทางศิลปิน

          บุรินทร์ตบท้ายในความประทับใจเวทีที่เขาได้เคยขึ้นโชว์อีกชิ้นหนึ่งว่าเทศกาลดนตรีนึงที่เขาประทับใจไม่แพ้กัน คือโชว์ที่จัดขึ้นที่ไร่ของบุญรอด ซึ่งเป็นคอนเสิร์ต Singha Park Chiangrai Farm Festival ในปีแรก ตอนนั้นมีศิลปินวันละ3-4 คน ก็เหมือนทุกๆ ครั้งที่เขาขับรถผ่านเข้ามาในค่ายคอนเสิร์ตประเภทนี้ ก็จะเจอคนมากหน้าหลายตาที่พร้อมจะกลายเป็นคนดูของเขาในตอนต่อไป พอถึงช่วงเวลาแสดงคอนเสิร์ตแล้ว ก็มีเสียงตอบรับที่ดีมาก เสียงกรี๊ดร้องเรียกเขาแบบน่าชื่นใจ ซึ่งถ้าเป็นคอนเสิร์ตที่ใหญ่ๆ ปกติก็คงจะไม่ได้แปลกอะไรแต่สำหรับโชว์ครั้งนั้นมันจัดที่จังหวัดเชียงราย และพื้นที่นั้นไม่ได้เป็นจุดหมายท่องเที่ยวหลักสำหรับคนไทยหรือนักท่องเที่ยว เรียกได้ว่าเป็นเพียงเมืองรองดังนั้นการจะสร้างบรรยากาศให้คนดูรู้สุกสนุกกับโชว์นั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ 

          “เพราะเชียงราย ณ เวลานั้นไม่ได้มีคอนเสิร์ตใหญ่ๆ อะไรมากมายและ Farm Fest ก็ถือเป็นเทศกาลดนตรีแรกๆ ของจังหวัด และนี่ก็เป็นครั้งแรกๆ เลยที่เราได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปกับแฟนเพลง เพราะเค้าให้การต้อนรับเราดีมาก ยกมือถือขึ้นมาชูไฟจากผู้คนนับหมื่นๆ คน ก็เป็นอะไรที่น่าประทับใจแบบไม่มีวันลืม”

 

SHARE IT
222
SHARES